HANNO-VEJPONG GERIATRIC CENTER

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ฮันโนะ-เวชพงศ์

“ Japanese Hospitality for Thai Elderly ”

การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ
สหประชาชาติ ได้แบ่งระดับสังคมผู้สูงอายุจากสัดส่วนจำนวนประชากร โดยประเทศที่มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป เกินร้อยละ 7 ของประชากรทั้งประเทศ จัดอยู่ใน “ระดับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) เมื่อเกินร้อยละ 14 จะจัดอยู่ใน “ระดับสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ (Aged Society)” และเมื่อจำนวนผู้สูงอายุมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมดจัดว่า “ เป็นระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Super-aged Society) ในขณะที่หลายประเทศใช้ระยะเวลาหลายปีในการ เคลื่อนตัวจาก สังคมก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ สู่ สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ เช่น ฝรั่งเศส ใช้เวลานานกว่า 114 ปี สวีเดน 69 ปี อังกฤษ 46 ปี และเยอรมัน 40 ปี
แต่ญี่ปุ่นเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ ภายในระยะ 24 ปีเท่านั้น
 

 

ญี่ปุ่น
ในปี พ.ศ. 2513 ประเทศญี่ปุ่นได้เป็น สังคมระดับก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ(Aging Society) และได้เคลื่อนตัวสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ(Aged Society)ในปี พ.ศ. 2537 และเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Super-aged society) ใน ปี พ.ศ. 2533 ปัจจุบันอัตราส่วนของจำนวนผู้สูงอายุในญี่ปุ่นมีประมาณ ร้อยละ28 ของประชากรทั้งหมด ด้วยเหตุนี้จึงเกิดธุรกิจการให้บริการดูแลผู้สูงอายุขึ้นมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูเเลที่มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้สูงอายุและครอบครัวสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข สาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น มีความจำเป็นต้องเข้ารับบริการในสถานดูเเลผู้สูงอายุ

สาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น มีความจำเป็นต้องเข้ารับบริการในสถานดูเเลผู้สูงอายุ

          

ไทย

ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นที่ใช้เวลา 24 ปีในการเปลี่ยนจากสังคมก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ ประเทศไทยนั้นจัดเป็นสังคมก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปี พ.ศ. 2545 และคาดว่าจะเป็น สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งใช้เวลาเพียง 20 ปีเท่านั้น และคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2573 ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ และภายในปี พ.ศ. 2593 จำนวนประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จะมีถึงร้อยละ 30  ของประชากรทั้งหมด ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติ ในปีพ.ศ. 2558 ประเทศไทยมีจำนวนผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมประมาณ 600,000 คน โดยคาดว่าในปี พ.ศ. 2573 จะสูงถึง 1,117,000 คน และจะเพิ่มจำนวนเป็น 2,077,000 คน ในปี พ.ศ 2593

ติดต่อสอบถาม

065-993-2556

Visitors: 14,559